เครื่องมือทำการตลาด
คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

Digital Marketing Tools เครื่องมือทำการตลาด ที่จะพาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ [แจกฟรี! ตารางธาตุ Content Marketing Tool]

0

Digital Marketing คืออะไร ?

เครื่องมือทำการตลาด (Digital Marketing) คือ การทำการตลาดโดยใช้เครื่องมือทำการตลาด และหลักการของ Marketing โดยนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคหรือลูกค้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต การทำการตลาดแบบออฟไลน์ เช่นหนังสือพิมพ์ ป้ายบิลบอร์ด อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป ต่างจากสื่อออนไลน์ อย่าง Facebook, Youtube หรือ Instagram ที่มีบทบาทกับผู้บริโภคในยุคนี้ ทำให้หลายแบรนด์ต้องปรับตัวมาทำการตลาดออนไลน์ พร้อมกับการใช้เครื่องมือทำการตลาดมากยิ่งขึ้น

Digital Marketing Tools

  1. Social Media Marketing
  2. Content Marketing
  3. Email Marketing
  4. Website Marketing

1. Social Media Marketing

เครื่องมือทำการตลาดประเภท Social Media Marketing เริ่มต้นด้วยการที่แบรนด์ต่างๆ ได้เผยแพร่เรื่องราวของพวกเขาลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์โดยหวังว่าจะเกิดยอดขายตามมา แต่ปัจจุบันโซเชียลมีเดียนั้นมีศักยภาพมากเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่ช่องทางสำหรับเผยแพร่คอนเทนต์ต่าง ๆ

คุณสามารถใช้โซเชียลมีเดียเชื่อมต่อกับผู้คนในสังคม เพื่อสร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย และเพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์ วิเคราะห์กลุ่มลูกค้า ติดตามและวัดผลลัพธ์เพื่อพัฒนาสินค้า สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ด้วยการเผยแพร่คอนเทนต์ที่น่าสนใจ และน่าดึงดูดบนโซเชียลมีเดีย

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่สำคัญ (ในขณะนี้) คือ Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn, Pinterest, YouTube และ Snapchat

1.1 ทำความรู้จักกับ Social Media Platforms

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย คือสังคมดิจิทัลของคนในยุคปัจจุบัน และยังเป็นเครื่องมือการตลาดที่จะเข้ามาช่วยในการเผยแพร่คอนเทนต์ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง โดยแต่ละช่องทางก็มีจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน และได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไปด้วย ตรงนี้แบรนด์ต้องพิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มใด เพื่อทำคอนเทนต์ไปยังช่องทางนั้้น ๆ

Facebook
Users: 2.2 billion
Audience: Generation X and millennials
Industry impact: B2C
Best for: Brand awareness; advertising

Twitter
Users: 335 billion
Audience: Primarily millennials
Industry impact: B2B and B2C
Best for: Public relations; customer service

Instagram
Users: One billion
Audience: Primarily millennials
Industry impact: B2C
Best for: Natural-looking media, behind-the-scenes, and user-generated content; advertising

LinkedIn
Users: 645 million
Audience: Baby boomers, Generation X, and millennials
Industry impact: B2B
Best for: B2B relationships, business development, and employment marketing

YouTube
Users: 1.9 billion
Audience: Millennials, closely followed by Generation Z
Industry impact: B2C
Best for: Brand awareness; entertainment, and how-to videos

Snapchat
Users: 300 million
Audience: Primarily Generation Z
Industry impact: B2C
Best for: Brand awareness; advertising

Pinterest
Users: 250 million
Audience: Primarily older millennials and younger baby boomers
Industry impact: B2C
Best for: Visual advertising; inspiration

เมื่อรู้แล้วว่ารายละเอียดพื้นฐานและกลยุทธ์ของแต่ละแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นอย่างไร ต่อไปเราจะมาดูว่าทำไม Social Media Marketing จึงมีประโยชน์และสำคัญสำหรับธุรกิจ

1.2 Social Media Marketing มีประโยชน์อย่างไร ?

1.3 จะสร้าง Social Media Marketing Strategy ได้อย่างไร ?

1.4 Social Media Metrics จะวัดผลความสำเร็จได้อย่างไร ?

อ่านเพิ่มเติม ดาวน์โหลดฟรี! E-Book คลิกที่นี่

2. Content Marketing

เครื่องมือทำการตลาดประเภท Content หรือ คอนเทนต์ คือเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ไปยังสื่อต่างๆ เช่น Facebook, Instagram, Youtube หรือ Website ทั้งในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ การทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จ เนื้อหาจะต้องมีความน่าสนใจ ให้ความรู้ และมีประโยชน์แก่ผู้รับสาร

การจะหยิบยกเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาทำเป็นคอนเทนต์จึงเป็นเรื่องที่ต้องห้ความสำคัญ เพราะเนื้อหาบนโลกนี้มีอยู่เยอะแยะมากมาย อาจทำให้บางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะทำคอนเทนต์เรื่องอะไร รูปแบบไหน และเผยแพร่บนสื่ออะไร 

เรามีตารางธาตุสำหรับการทำ Content Marketing เป็นตัวช่วยที่จะทำให้การทำคอนเทนต์เป็นไปอย่างประสิทธิภาพและมีกลยุทธ์

The Periodic Table of Content Marketing (Update 2019)
ดาวน์โหลดรูปภาพ(HD) และวิธีการใช้งานแบบละเอียด ฟรี! คลิกที่นี่

3. Email Marketing

Email Marketing คือ เครื่องมือทำการตลาดโดยการส่งเนื้อหาไปยังเป้าหมายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น เสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้ การขาย หรือแม้กระทั่งการทำให้เกิด Customer Loyalty เพื่อที่จะสร้าง Lead แล้วเปลี่ยนเป็นลูกค้า เครื่องมือนี้เป็นครื่องมือที่เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพมาก เพราะเป็นการส่งข้อมูลถึงลูกค้าโดยตรง แถมยังประหยัดกว่า และทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากกว่า 

แต่การทำการตลาดผ่านอีเมลไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ กับการจะทำให้ลูกค้าเปิดอ่านเนื้อหาอีเมลที่ส่งไป ซึ่งนักการตลาดที่มีประสบการณ์จะเข้าใจดี ดังนั้น วันนี้จึงอยากแนะนำเทคนิคเคล็ดลับที่สามารถนำไปปรับใช้ให้การตลาดผ่านอีเมลของคุณเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.1 ส่งอีเมลตาม Segment

การแบ่งกลุ่มผู้รับ หรือเรียกอีกอย่างว่า Segment E-mail จะช่วยให้การส่งอีเมลสามารถสื่อสารได้ตรงจุด และตรงกับความต้องการของผู้รับเพิ่มมากขึ้น เพราะแน่นอนว่าผู้บริโภคแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน และต่างก็ต้องการได้ข้อมูลที่ตรงกับความสนใจของตัวเองเท่านั้น ดังนั้นการสร้าง Segment ของ E-mail จึงเป็นวิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้รับอ่านอีเมลที่ส่งไปมากขึ้น

เพื่อให้ข้อความหรือคอนเทนต์ที่เฉพาะกลุ่มนั้นจะต้องใช้เกณฑ์ในการแบ่งจากข้อมูลพื้นฐาน อย่าง เพศ, อายุ ประวัติการซื้อสินค้า หรือการใช้งานเว็บไซต์ แต่ในกรณีของลูกค้าเก่าที่มีข้อมูลอยู่แล้ว คุณหรือทีมก็จะต้องคอยอัพเดทข้อมูลและความสนใจใหม่ๆ ที่อาจเปลี่ยนไปของลูกค้าตลอดเวลา เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้

3.2 เปลี่ยน Subject กระตุ้นการเปิดอ่าน

หัวข้อเรื่องของอีเมลเป็นด่านแรกที่สำคัญต่อการตัดสินใจเปิดอ่านของผู้รับมากที่สุด จึงควรมีการตั้งหัวข้อที่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และหลีกเลี่ยงข้อความที่ไร้สาระ และควรมีการกระตุ้นความสนใจของผู้รับด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น การใช้ตัวเลขสัญลักษณ์หรืออิโมจิ, ตั้งชื่อหัวข้อด้วยการตั้งคำถาม, ใช้ข้อความที่สั้น กระชับ และพอดีกับการแสดงผลหน้าจอแต่ละรูปแบบที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน หรือดึงดูดสนใจด้วยการนำ Personalised มาใช้ประโยชน์ โดยการใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงของคนรับทำให้รู้สึกถึงความใส่ใจในการส่งให้เฉพาะเขาเท่านั้น 

3.3 สร้างเนื้อหาอีเมลให้มีคุณค่า

หลังจากดึงดูดความสนใจของผู้รับด้วยหัวข้อเรื่องจนทำให้เขาเข้ามาอ่านได้แล้ว เนื้อหาของอีเมลควรมีประเด็นหรือรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้รับเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อสารจริงๆ ด้วยข้อความที่อ่านง่ายและจริงใจ ซึ่งส่วนนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์หรือองค์กรของคุณ 

นอกจากจะบอกข้อมูลที่ต้องการสื่อสารได้อย่างตรงประเด็นแล้ว อาจจะสร้างความประทับใจต่อด้วยการใช้ข้อเสนอในการมอบของรางวัลบางอย่างที่เป็นเหมือนสิทธิพิเศษ หรือแทนคำขอบคุณสำหรับพวกเขาเท่านั้น เช่น การแจกไฟล์ E-Book เนื้อหาที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ หรือมอบส่วนลดพิเศษต่าง ๆ 

4. Website Marketing

Website เป็นเครื่องมือทำการตลาดเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทำ Digital Marketing เพราะการมีเว็บไซต์ ก็เปรียบเหมือนมีหน้าร้านค้าออนไลน์ โดยเว็บไซต์นั้นสามารถทำการแนะนำสินค้า หรือซื้อขายผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ ที่สำคัญไว้สำหรับบอกรายละเอียดของแบรนด์ จึงเป็นช่องทางที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และตัวตนของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

หากเป็นเมื่อก่อนการจะสร้างเว็บไซต์ได้นั้น คุณต้องมีความรู้เฉพาะทางซึ่งเป็นเรื่องยากและซับซ้อน หรือหากจ้างนักออกแบบเว็บไซต์ก็ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันคุณไม่ต้องเขียนโค้ด ไม่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ ก็สามารถสร้างหน้าเว็บด้วยตัวเองได้ เพียงรู้จัก 2 เครื่องมือต่อไปนี้

4.1 Wix

เป็นแพลตฟอร์มสำหรับทำเว็บที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านภาษาในการเขียนเว็บ ซึ่งถ้าคุณอยากสร้างเว็บง่ายๆ เร็วๆ และไม่ต้องการเรียนรู้รายละเอียดหรือเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์มากมาย เพียงแค่ลงชื่อสมัครใช้บัญชีของ Wix ก็สามารถเริ่มสร้างเว็บไซต์ผ่านอินเทอร์เฟซ Wix’s online Builder ได้ทันที

ข้อดี

  • ฟรีชื่อโดเมน
  • ใช้งานง่าย มี Template ให้เลือกมากมายและ Template รองรับหลายอุปกรณ์ (Responsive)
  • มีระบบการจัดการ SEO ที่ใช้งานง่าย ไม่มีความรู้ก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ
  • เครื่องมือครบถ้วนทุกความต้องการและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถสร้างเว็บไซต์ฟรีได้ไม่จำกัด

ข้อเสีย

  • ไม่มี Email Account ให้ฟรีถ้าอยากใช้อีเมล์ที่เป็นส่วนตัวจะต้องเสีย $5 ต่อเดือน ต่อหนึ่งเมล์
  • ถ้าข้อมูลหรือรูปภาพมีจำนวนเยอะเวลาแก้ไขจะค่อนข้างช้า (ต้องเปิด/ปิดใหม่บ่อยๆ)
  • บาง Control ไม่ Support Font ที่ Upload เข้าไป

ดูรายละเอียด Wix สำหรับการใช้งานภาษาไทย คลิกที่นี่

4.2 WordPress 

เป็นแพลตฟอร์มการสร้างเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก เพราะสามารถสร้างได้หลายประเภททั้งเว็บขายของ บล็อกส่วนตัว หรือเว็บองค์กร ซึ่งหากคุณต้องการสร้างเว็บไซต์ที่มีความยืดหยุ่น ปรับแต่งได้หรือเพิ่มการทำงานได้หลากหลาย WordPress นับว่าเหมาะกับคุณ

ข้อดี

  • ง่ายในการดูแลข้อมูลต่างๆ ภายในเว็บไซต์
  • แก้เลย์เอาต์ ปรับแต่งเมนูได้อย่างยืดหยุ่น
  • มีฟังก์ชันการเปลี่ยนดีไซน์ของเว็บด้วย “ธีม”
  • เพิ่มการทำงานพิเศษให้กับเว็บ เช่น สร้างแบบฟอร์มส่งข้อความ

ข้อเสีย

  • มีค่าใช้จ่ายในการเช่าชื่อโดเมน
  • มีค่าใช้จ่ายในการเช่าเว็บโฮสติ้ง
  • ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้รูปแบบการติดตั้ง
  • มีกระบวนการใช้งานและการติดตั้งซับซ้อนกว่า Wix

ทดลองใช้งาน WordPress ฟรี! คลิกที่นี่

หากอยากรู้ว่าเครื่องมือตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุดให้เริ่มพิจารณาจากวัตุประสงค์ของการสร้างเว็บไซต์ว่ามีเพื่ออะไร แล้วลองเปรียบเทียบคุณสมบัติเด่นและด้อยของเครื่องมือแต่ละตัว รวมถึงบริการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่าเครื่องมือไหนที่รองรับความต้องการของคุณมากกว่ากัน

Source: hubspot , Buffer


เริ่มต้นใช้งาน Dowize Content Marketing Tools เพื่อจัดการคอนเทนต์บน Social Media ของคุณ ตั้งแต่ขั้นตอน Content Plan, Create & Edit Post และการ Scheduler & Publish ไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ ใช้งานฟรี! คลิกที่นี่ 

ติดตามข่าวสาร และบทความด้าน Digital Marketing และเทคนิคการทำ Content Marketing ได้ที่ รวมบทความ และคุณจะไม่พลาดทุกเรื่องราวดี ๆ

แนะนำเครื่องมือตั้งเวลาโพสต์ เซฟเวลาคนทำ Content Marketing

Previous article

5 กลยุทธ์การทำ Content Marketing ให้ทรงพลัง! ระดับมืออาชีพ (แจกฟรี! Templates: Marketing Strategy Plan)

Next article

You may also like

Comments

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *